ตอนเด็กๆ เคยเห็นแม่กับน้องสาวกินมะเขือเทศจิ้มเกลืออย่างเพลินเพลินในขณะที่พวกเรานั่งดูทีวีกันอยู่ พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้ประชากรชั้นสองที่อยู่หน้าทีวีด้วยกันอีกคนทดลองบริโภคผลพืชสีแดงนั่นด้วยกัน มันคงจะพืชในตำนานที่รสโอชาอย่างที่ไม่สามารถจะจินตนาการออก คิดได้ดังนั้น ลองจกมาหนึ่งลูกก็ได้วะ ทันทีที่กัดเข้าไป แล้วน้ำยืดๆ เม็ดที่เหมือนไข่หนอน ก็แตกกระจายอย่างกับระเบิดปรมณูอยู่ในปาก เช็ดตะม่อน !! นี่มันพืชอะไร กลิ่นเป็นพิษกับนาสิกประสาทเหลือเกิน !!
ค า ย ทิ้ ง ค า ย ทิ้ ง ค า ย ทิ้ ง !!
แ ป ร ง ฟั น แ ป ร ง ฟั น แ ป ร ง ฟั น !!
กูไม่เอาอีกแล้วมะเขือเทศ !!
ไม่กี่อึดใจต่อมา.. แม่ถือถ้วยบรรจุผลพืชจากอเวจีสีแดงสุกปลั่งลูกเป่งๆ เดินตรงรี่เข้ามา
"อ้าว กินอีกสิ วิตามินเอกับซีสูง หนูจะได้ไม่ซีด กินเยอะๆ ร่างกายแข็งแรงรู้ไม๊"
"แม่ขา หนูไม่เอาแล้ว มันเหม็น"
"อีกหน่อยๆ มันมีประโยชน์ หนูจะได้ไม่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ "
หน้าลุงหมอละแวกบ้านรวมทั้งหน้าอีป้าพยาบาลเข็มโหดพุ่งเข้ามาปะทะก้านสมองทันที เอาก็เอาวะ แม่รักและหวังดีขนาดนี้ มันก็มีประโยชน์กับตัวเองด้วย หยิบมะเขือเทศมาอีกหนึ่งลูก หลับหูหลับตากัดเข้าไป แหวะๆๆๆ จะมีอะไรกำจัดมันออกจากปากได้รวดเร็วไปกว่าการคาย
"เอ๊า ของดีๆ มีประโยชน์ไม่กิน ดูพื้นเลอะอีก บลาๆๆๆๆ..." พร้อมเสียงบ่นอย่างกับสวดไล่ผี โดนตีไปหนึ่งดอก ทันใดนั้นเกิดคำถามในใจ
"นี่กูผิดมากไม๊ ที่กูกินของที่เค้าว่าดีว่าอร่อย แล้วมันไม่อร่อยสำหรับกู ?"
แล้วมะเขือเทศกับอรทิพย์ ก็ไม่ถูกกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา....
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :อัตตานัง โมทนานัง ปัจจัตตัง วิญญูหิติ - ความยินดีของใครแต่ละคนอยู่ที่จุดใด เราย่อมรู้ได้แก่ตนเท่านั้น
ถ่ายโคดหามุมเลย สวยซะตื่นตาตื่นใจอ่ะ ^^